มาลูด้ารักษาฟัน & โคเคนของมูตู

Chelsea's Florent Malouda celebrates his goal (Photo by Nick Potts - PA Images/PA Images via Getty Images)

สัปดาห์ที่ผ่านมา สองคำที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งสังคมไทยคือ “การรักษาฟัน” และ “โคเคน”

 รู้ไหมว่า โลกของฟุตบอล เคยถูกคำสองคำนี้เขย่ามาแล้วเช่นกัน 

เหตุเกิดละแวก เดอะ บริดจ์ ของสโมสรฟุตบอล เชลซี

 กรกฎาคม ปี 2007 ฟลอร็องต์ มาลูด้า ย้ายจาก โอลิมปิก ลียง สู่ลอนดอน ด้วยสัญญาสามปี และรับเสื้อตราสิงห์น้ำเงินหมายเลข 15 ไปไว้ในครอบครอง 

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” ณ เวลานั้น ประกาศกร้าวว่า มาลูด้า คือนักเตะที่มีฝีเท้าเอกอุที่สุดคนหนึ่ง และจะปรับตัวให้เข้ากับสปีดบอลอันเร็วจี๋ในเมืองผู้ดีได้สบาย พร้อมการันตี หนุ่มเฟร้นช์รายนี้ สามารถอุดรูโหว่ที่ อาร์เยน ร็อบเบน ทิ้งไว้ได้ชัวร์

มาลูด้ารักษาฟัน & โคเคนของมูตู

ปีกจอมกระชากเลือดน้ำหอม ประเดิมสนามได้งดงามดั่งฝัน เมื่อทั้งยิงทั้งจ่ายให้ เชลซี แซง อเมริกา ทีมดังสัญชาติเม็กซิกันเข้าวิน 2-1 ในเกมกระชับมิตรระหว่างการทัวร์ยูเอส

เขาลงเล่นเกมแข่งจริงให้ เชลซี นัดแรกในศึกชิงโล่การกุศลพบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งแม้ทีมจะพ่ายสงครามดวลเป้า 12 หลา แต่โดยส่วนตัว ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสทำได้น่าประทับใจทีเดียว โดยเฉพาะประตูตีเสมอ 1-1

ต่อมา มาลูด้า ได้ออกสตาร์ทในลีกให้ เชลซี ภายใต้บทบาทปีกซ้ายในเกมปะทะ เบอร์มิงแฮม และลั่นไกได้หนึ่งดอกในชัยชนะ 3-2  ของทีมที่มาพร้อมกับการครองสถิติไร้พ่ายในบ้านติดต่อกันมากที่สุดถึง 63 ไฟต์

อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตนักเตะในอังกฤษของเขา ไม่ได้ราบเรียบไปเสียทีเดียว 

กลางสิงหาคม มาลูด้า ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักหน่วง หลังจากถูกกล้องจับผิดได้ว่า พยายามตบตา จนผู้ตัดสิน ร็อบ สไตล์ส หลงกลแจกจุดโทษให้ในเกมใหญ่กับ ลิเวอร์พูล กระทั่งมีคำสั่งจาก เอฟเอ ให้พักงานเชิ๊ตดำมาดเนี้ยบจากวอเตอร์ลูวิลล์สำหรับการตัดสินใจที่ผิดพลาด

  วงในคอนเฟิร์มว่า ปีกจอมพลิ้วเริ่มเกิดอาการเครียด จากการถูกสื่ออังกฤษ รวมถึงแฟนบอลผู้ดีจิกกัด 

โอเค เขาอาจพังประตูแจ่มๆ ด้วยการซัดลอดหว่างขายอดมือกาวอย่าง มานูเอล นอยเออร์ ในการสวมยูนิฟอร์ม เชลซี ลงลุย แชมเปี้ยนส์ ลีกครั้งแรกช่วงตุลาคม

    แต่หากเทียบกับช่วงแรกๆ ที่เปิดตัวอย่างเปรี้ยงปัง ฟอร์มของ มาลูด้า ดร็อปลงอย่างชัดเจน

  มีข่าวว่า เขามีปัญหาเรื่องความมั่นใจ และอาการเจ็บนิดหน่อย ที่อาจไม่หนักหนา แต่คอยรังควาญจนน่ารำคาญ 

เขาฉลองปีใหม่อย่างเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดเดี่ยวในวันที่ 2 มกราคม 2008 ด้วยการไปเอนกายอ้าปากให้หมอฟันถอนฟันกรามทิ้ง 

จากนั้น มาลูด้า เริ่มกลับมาเป็นคนดีคนเดิมของแฟนๆ สิงห์บลู อีกครั้ง

23 มกราคม เขาใส่พานทองแท้ให้ โจ โคล กระทุ้ง เอฟเวอร์ตัน ในศึก ลีก คัพ ซึ่ง เชลซี คว้าชัยไปด้วยสกอร์รวม 3-1

จากนั้น มาลูด้า กดประตูในลีกอีกเม็ดในเกมนัดรองสุดท้ายของฤดูกาลกับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อ 5 พฤษภาคม

ฟอร์มเขากำลังมา แต่น่าเสียดายที่ฤดูกาลจบไปก่อน 

 ซีซั่นแรกของเขาในอังกฤษปิดฉากลงพร้อมกับสถิติยิงสอง และแอสซิสต์อีกหนึ่งในพรีเมียร์ลีก

มาลูด้ารักษาฟัน & โคเคนของมูตู

ฤดูกาลถัดมา มาลูด้า ฉายฟอร์มเก่งสมกับที่แฟนๆ รอคอย จนกลายเป็นขวัญใจชาวโลกสีน้ำเงินรวมถึงกุนซือใหม่ “บิ๊กฟิล” หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กระทั่งได้รับรางวัลเป็นสัญญาใหม่สี่ปีเมื่อซีซั่น 2008/09 ปิดฉากลง

ซีซั่น 2009/10 ภายใต้การนำของ คาร์โล อันเชล็อตติ แม้บทบาทของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อต้องหุบมาเล่นตรงกลางมากขึ้นตามกลยุทธ์เหลี่ยมเพชรของเทรนเนอร์อิตาเลี่ยน แต่ มาลูด้า ยังคงทำผลงานได้อย่างสุดยอด โดยสถิติของเขาในวันสุดท้ายของฤดูกาลอ่านได้ว่า: ยิง 15 และแอสซิสต์15 รวมทุกรายการ ขณะที่ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศ

ฤดูกาล 2010/11 รูดม่านปิดฉากพร้อมกับเสียงปรบมือจากแฟนๆ ที่มีให้เขา โทษฐานดาวซัลโวประจำทีมในลีกด้วยผลงาน 13 ประตู เหนือกว่าหอกอาชีพทั้ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และ นิโกล่าส์ อเนลก้า

 จุดหักเหของเขา ไม่ใช่อยู่ที่สนามซ้อม แต่เป็นการตัดสินใจไปพบทันตแพทย์เมื่อต้นปี 2008 นั่นเอง

 มาลูด้า ยอมรับว่า การเจ็บจี๊ดๆ ที่ฟัน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เขาทั้งจิตใจ และร่างกายที่เขาเชื่อว่า เจ็บที่ฟันมันส่งผลถึงอวัยวะอื่นๆ ที่สำคัญในการเล่นฟุตบอลอาทิ หัวเข่า, เอ็นหลังหัวเข่า, กล้ามเนื้อ, โคนขาหนีบ หรือกระทั่งแผ่นหลังด้วย

  เมื่อถอนฟัน มันทำให้เขาเล่นได้ “Fun” ขึ้นมาก

เขารู้สึกสนุกกับการเล่นฟุตบอลตลอดช่วงเวลาหกปีใน เดอะ บริดจ์ โดยเฉพาะค่ำคืนแห่งความทรงจำที่ มิวนิค เมื่อปี 2012 ซึ่ง เชลซี ก้าวขึ้นเถลิงบัลลังก์แชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรก

 อันที่จริง มาลูด้า ไม่ใช่คนแรกและคนเดียวที่เกิดอาการ “Fun” หลังจากรักษาฟัน 

มาลูด้ารักษาฟัน & โคเคนของมูตู

  สตีเว่น เจอร์ราร์ด สมัยเป็นวัยทีน เคยถูก “เฮียโปน” เชราร์ อุลลิเย่ร์ เจ้านายที่ ลิเวอร์พูล ส่งตัวไปรักษาฟันที่ฝรั่งเศส เพื่อกำจัดอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และหลังมาแล้ว 

    โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ นอกจากจะเคยใช้บริการ “รกม้า” พอกขาเพื่อรักษาอาการเจ็บ ก็ยังเคยรักษาอาการปวดฟันเพื่อหวังผลให้อาการกล้ามเนื้อระบมอันตรธานหายไปด้วย 

  พวกเขาเหล่านี้ รักษาฟัน แต่ไม่ได้ปรากฏรายงานทางการแพทย์ว่า ใช้สารที่มีส่วนประกอบของโคเคนร่วมด้วยแต่อย่างใด

  ถึงตรงนี้ ก็ให้น่าเสียดายแทน อาเดรียน มูตู อดีตกองหน้า เชลซี อีกราย

    กองหน้าอินดี้เลือดผีดิบ ย้ายสู่ เดอะ บริดจ์ เมื่อปี 2003 ก่อนจะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อถูกตรวจพบว่าใช้ โคเคน หลังจากที่ทางสโมสรจับเช็กช่วงปี 2005 หลังจากเจ้าตัวมีปัญหาความประพฤติ รวมถึงอารมณ์ที่เหวี่ยงไปมา 

มูตู ถูกสโมสรลอยแพทันที พร้อมสั่งปรับเป็นประวัติการณ์ถึง 15.2 ล้านปอนด์โทษฐานทำให้ เชลซี เสื่อมเสียชื่อเสียง แถมยังถูก เอฟเอ ลงดาบแบนยาวถึง 7 เดือน

เขาพยายามจะกระชากตัวเองให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยอีกครั้ง แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

 บางที หากได้อยู่ร่วมทีมช่วงเวลาเดียวกับ มาลูด้า วิธีการที่ดาวยิงโรมาเนียนใช้แก้ปัญหาอาการเครียดสะสม อาจมีให้เลือกมากกว่าการใช้โคเคนก็เป็นได้ หากคนใกล้ตัวที่มีอาการคับข้องใจเช่นกัน ช่วยเสนอทางเลือก

มาลูด้ารักษาฟัน & โคเคนของมูตู

 กระนั้น เรื่องของ “การรักษาฟัน” ที่โด่งดังที่สุดแห่ง เดอะ บริดจ์ และเป็นที่จดจำของผู้คน กลับไม่ใช่เคสของ มาลูด้า 

เหตุเกิดระหว่างเกมใหญ่ที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เปิดรังบู๊กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ท้ายเกม ขณะที่ เชลซี ขึ้นนำ 1-0 จากประตูของกัปตัน จอห์น เทอร์รี่ ที่ข้างสนามมีการส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนตัว

กล้องแพนไปจับภาพ ซาโลมง กาลู กับ ไมเคิ่ล โอเว่น กำลังยืนรอเข้าสังเวียน แต่ทันใดนั้น ปรากฏว่า แฟนบอลชายนิรนามภายใต้แว่นดำคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง ลุกขึ้นแปรงฟันหน้าตาเฉย

   ไม่ใช่แปรงเล่นๆ แต่คือแปรงแบบจริงจังชนิดที่ฟองฟ่อดเต็มปาก จนนักพากย์ถึงกับร้องเสียงหลง “เขามาแปรงฟันอะไรในนี้!?”

มาลูด้ารักษาฟัน & โคเคนของมูตู

มีการตัดเอาคลิปในช่วงเวลาดังกล่าวไปแชร์กระจายเป็นไวรัล นอกเหนือไปจากคนที่เห็นผ่านจอทีวีที่ถ่ายทอดสดอีกหลายล้านจากทั่วโลก

ก่อนที่ต่อมา ชายคนดังกล่าว จะถูกขอให้โทรเข้าหลังรายงานสดเพื่อทำให้ปริศนาต่างๆ คลี่คลาย

  เขายอมรับว่า ตัวเองตั้งใจมาแปรงฟันในสนามจริงๆ เพราะไม่มีเวลา ส่วนที่สวมแว่นดำทั้งๆ ที่เป็นเวลามืดค่ำ ก็เพราะอยากปิดบังใบหน้าไม่ให้แฟนเก่าที่ได้ยินว่ามาดูเกมวันนี้ด้วยได้เห็น

แฟนบอลนิรนามรายนี้ ได้รับคำชมจากผู้บรรยายเกมอย่างมาก แม้จะเป็นการชมแบบติดตลกเอาฮาก็ตาม

  “เขามีทันตอนามัยที่ดีมาก นี่ไงคือที่เราถูกสอนกันมา ให้แปรงฟันหลังอาหาร ว่าแต่เขาจะไปบ้วนทิ้งตรงไหนกันล่ะเนี่ย!?”

นี่คือ “การรักษาฟัน” ในโลกลูกหนังที่โลกจดจำได้มากที่สุด

ไม่มี “โคเคน” มาเอี่ยว จะมีก็แค่ “โค… โดโมะ” หรือ “โค… ลเกต”