โอซิลแจงสาเหตุเมินนโยบายหั่นค่าเหนื่อยช่วยทีม

เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล ระบุ สาเหตุที่เคยปฏิเสธนโยบายการหั่นค่าเหนื่อยของสโมสรเป็นเพราะตอนนั้นไม่ได้รับรายละเอียดในระดับที่เหมาะสมว่าทำไมถึงควรจะต้องทำอย่างนั้น พร้อมบอกว่าที่จริงมีคนอื่นที่ทำเหมือนตน แต่กลับกลายเป็นว่ามีเพียงตนที่โดนชาวบ้านชาวช่องตำหนิอย่างหนัก

เมซุต โอซิล กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมรับมาตรการเลื่อนจ่ายค่าเหนื่อย หรือการหั่นค่าเหนื่อยของทีม เป็นเพราะตอนนั้นต้นสังกัดไม่ได้ให้รายละเอียดกับตนมากพอ จนตนมองว่ามันไม่เหมาะสมที่จะยอมรับมาตรการนั้น

การระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาทำให้หลายสโมสรทั่วโลกได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างมาก จนทำให้บางทีมเลือกใช้มาตรการเลื่อนการจ่ายค่าเหนื่อย หรือก็คือการจ่ายค่าเหนื่อยน้อยกว่าปกติในตอนแรกเพื่อเอาส่วนที่โดนหักไปสมทบกับค่าเหนื่อยในอนาคต ขณะที่บางสโมสรใช้มาตรการหักค่าเหนื่อยแบบตรงๆ ไปเลย

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาบอร์ดบริหารของ อาร์เซน่อล ก็เคยเลือกใช้มาตรการที่จะจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะน้อยลงเหมือนกัน โดยบอกว่าจำเป็นต้องทำแบบนั้นเพื่อทำให้สโมสรอยู่รอด และเอาไปจ่ายเงินให้เหล่าสตาฟฟ์ได้ ซึ่งตอนนั้นแทบทุกคนยอมรับมาตรการดังกล่าว แต่ โอซิล กับนักเตะ “ไอ้ปืนใหญ่” อีก 2 คนปฏิเสธมาตรการนั้น ซึ่งมันก็ทำให้ โอซิล โดนตำหนิอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวสุดๆ

โอซิล ให้สัมภาษณ์กับ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดังว่า “ในฐานะนักเตะแล้วนั้นเราต่างก็อยากมีส่วนช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่เราต้องการข้อมูลมากกว่านี้ และมีหลายเรื่องที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทุกคนโอเคกับการเลื่อนจ่ายค่าเหนื่อย ทั้งที่ตอนนั้นมันมีความไม่แน่นอนหลายอย่าง”

“ส่วนตัวแล้วผมโอเคที่จะยอมโดนเลื่อนการจ่ายค่าเหนื่อยในระดับที่เสียเงินเยอะกว่าคนอื่น และไม่มีปัญหาเลยด้วยหากจะโดนหั่นค่าเหนื่อยหากมันจำเป็นต้องทำถึงขั้นนั้นเมื่อถึงเวลาที่เกิดความชัดเจนมากขึ้นทั้งในด้านฟุตบอลและการเงิน แต่เราโดนบีบให้รีบทำการตัดสินใจทั้งที่ไม่มีการหารือกันที่ดี ทุกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นน่ะมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ทุกเรื่อง, ได้เข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดสถานการณ์แบบนั้น และได้เข้าใจว่าเงินที่โดนหักไปน่ะจะไปอยู่ที่ไหน แต่เราไม่ได้รับรายละเอียดมากพอ เราเหมือนมีหน้าที่แค่ทำการตัดสินใจเท่านั้น ซึ่งการทำอย่างนั้นถือว่าเร็วเกินไปสำหรับเรื่องที่ถือว่ามีความสำคัญมากๆ และมันก็มีแรงกดดันอย่างหนักด้วย”

“สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดานักเตะที่อายุน้อย ผมก็เลยปฏิเสธไป ผมมีลูกอยู่ที่บ้าน, มีครอบครัวที่ต้องดูแลทั้งที่ ตุรกี และ เยอรมนี แถมผมยังมีองค์กรการกุศลกับโปรเจกต์ใหม่ที่เราทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือคนในกรุงลอนดอนด้วย โปรเจกต์ที่ว่ามันเกิดขึ้นจากใจจริงของเรา ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการโปรโมตอะไรทั้งนั้น”

“คนที่รู้จักผมดีย่อมรู้ดีว่าที่จริงแล้วผมเป็นคนใจกว้างมากแค่ไหน และเท่าที่ผมรู้มาน่ะผมไม่ใช่นักเตะเพียงคนเดียวด้วยที่ไม่ยอมรับมาตรการหักค่าเหนื่อย แต่กลับกลายเป็นว่ามีแค่ชื่อของผมเพียงคนเดียวที่โผล่ตามหน้าสื่อ ผมเดาว่าที่เป็นอย่างนั้นคงเป็นเพราะผมมีประเด็นติดตัวล่ะมั้ง มันเป็นเวลานาน 2 ปีแล้วที่คนพยายามทำลายผม, พยายามทำให้ผมไม่มีความสุข, พยายามสร้างความปลุกปั้นด้วยความหวังว่าจะทำให้แฟนบอลหันมาเกลียดผม รวมถึงสร้างเรื่องโกหกขึ้นมา”

“การตัดสินใจในครั้งนั้นอาจจะมีส่วนทำให้ผมได้รับโอกาสลงเล่นน้อยก็ได้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่กลัวที่จะยืนหยัดสู้เพื่อสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และพอคุณได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้วน่ะ (หมายถึงการที่ อาร์เซน่อล ปลดพนักงาน 55 คน ทั้งที่ใช้มาตรการหั่นค่าเหนื่อยนักเตะไปแล้ว) บางทีสิ่งที่ผมทำก็อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ได้”