อลีสซงเผยสาเหตุไม่โวยเพื่อนตอนเสียประตู

อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่าน ลิเวอร์พูล ระบุ สาเหตุที่ตนไม่ตะโกนด่าเพื่อนเวลาที่เสียประตูหรือตนเล่นพลาดเป็นเพราะแต่ละคนรู้ดีกันอยู่แล้วว่าจำเป็นต้องแก้ไขตรงไหนเวลาที่เกิดเรื่องแบบนั้น พร้อมเผย ส่วนตัวแล้วตนก็ไม่ชอบให้คนอื่นมาตะคอกใส่เหมือนกัน

อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนไม่ค่อยตะโกนใส่เพื่อนร่วมทีมเวลาที่เสียประตูหรือเกิดความผิดพลาดเป็นเพราะคิดว่านักเตะแต่ละคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องปรับปรุงตรงไหน ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาบอกเลย พร้อมบอกว่าการตำหนิคนอื่นเวลาเสียประตูมันเป็นแนวทางที่ผิด

อลีสซง ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนายทวารที่เก่งที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งหลังจากที่เขาย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับแชมป์ลีกอย่างละ 1 สมัยด้วย

หลังจากโดนถามว่าทำไมเขาถึงไม่ค่อยตะโกนใส่พื่อนร่วมทีมนั้น อลีสซง ก็ตอบว่า “มันเป็นแนวทางการเล่นของผม ผมไม่ชอบตะโกนใส่คนอื่น และผมก็ไม่ชอบเหมือนกันเวลาที่คนอื่นตะโกนใส่ผม เมื่อคุณเล่นพลาดแล้วน่ะคุณก็รู้ตัวดีว่าคุณทำพลาดไปแล้ว”

“เราเป็นมืออาชีพ ในทุกวันเราทำงานโดยที่ยึดถึงเรื่องนั้นเป็นหลัก ที่ผ่านมาผมเองก็เคยทำพลาดหลายครั้ง ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้ทีมเสียประตู แต่บางครั้งก็ไม่ ผมรู้ดีว่าตัวเองจำเป็นต้องปรับปรุงในเรื่องไหน และต้องทำอะไรให้ต่างไปจากเดิม ดังนั้นผมเลยไม่จำเป็นต้องไปพร่ำบอก เฟอร์กิล, โจ โกเมซ หรือ ร็อบโบ้ (แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน) เลยว่าพวกเขาจำเป็นต้องทำอะไรให้มันต่างไปจากเดิม”

“เราต่างก็คุยกันอยู่เสมอถึงเรื่องที่ว่าอะไรจะทำให้เราเล่นได้สบายขึ้น แต่ผมไม่คิดว่าคุณควรจะไปชี้นิ้วด่าใครเวลาที่คุณเสียประตูหรือทำพลาด ผมเชื่อในวิธีการที่ต่างออกไป ผมคิดว่ามันควรจะพูดในทางที่ดีขึ้นแล้วหาทางออกให้ได้ เราไม่จำเป็นต้องบอกหรอกว่าเกมกับ ลีดส์ (ลิเวอร์พูล ชนะ 4-3) เป็นเกมที่ทำให้เราตระหนักถึงความเป็นจริง ในเกมการแข่งขันน่ะถ้ามันมีบางอย่างไม่เป็นไปตามที่เราต้องการแล้วล่ะก็ เราก็จะมาวิเคราะห์กันว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“เรามองหาอยู่เสมอว่าเราสามารถปรับปรุงตรงจุดไหนได้บ้าง และเกมนั้น (เกมชนะ ลีดส์) ก็ทำให้เรารู้หลายอย่าง ซึ่งเราก็นำสิ่งที่ได้จากเกมนั้นไปใช้ในเกมต่อไปที่เจอกับ เชลซี (ลิเวอร์พูล ชนะ 2-0) จนสุดท้ายเราก็ประสบความสำเร็จและเก็บคลีนชีทได้”