เกปาพลาดโทษ!หงส์แม่นเป้าซิวแชมป์บาวคัพบีบหัวใจ

ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์คาราบาว คัพ สมัยที่ 9 ได้สำเร็จหลังดวลจุดโทษชนะ เชลซี ที่ต้องยิงฝั่งละ 11 คน และคนเดียวที่พลาดคือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

เชลซี ได้ เมสัน เมาท์ ฟิตกลับมาทำเกมรุกร่วมกับ คริสเตียน พูลิซิช โดยมี ไค ฮาแวร์ตซ์ ยืนหน้าเป้า ส่วน ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวจริงก่อนเกมกะทันหันหลัง ติอาโก้ อัลกันตาร่า บาดเจ็บตอนวอร์ม ต้องส่ง นาบี เกอิต้า ลงเล่นแทน

โอกาสจะแจ้งของเกมเป็น เชลซี ที่ได้ลุ้นในนาทีที่ 6 ไค ฮาแวร์ตซ์ พลิกบอลจากซ้ายเข้าในก่อนไหลให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กระแทกกลับให้ คริสเตียน พูลิซิช ตวัดจ่อๆ ทว่า ควีวีน เคลเลเฮอร์ เซฟช่วย ลิเวอร์พูล เอาไว้หวุดหวิด

นาที 18 ลิเวอร์พูล หาโอกาสได้จากจังหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เปิดบอลเข้าหัว ซาดิโอ มาเน่ แต่ว่า มาเน่ โหม่งผิดเหลี่ยมจึงหลุดเป้าหมายไปไกล

อีก 4 นาทีถัดมา หงส์แดง ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ เทรนท์ เขี่ยบอลให้ ซาลาห์ ซัดเน้นๆ แต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกหลัง

ผ่านมาถึงครึ่งชั่วโมง ลิเวอร์พูล น่าจะได้ประตูสุดๆ เมื่อ นาบี เกอิต้า ตั้งป้อมซัดหน้าเขตโทษ เมนดี้ ต้องออกแรงเซฟ มาเน่ วิ่งมาซ้ำจ่อๆ แต่ เมนดี้ ก็ยังงัดซูเปอร์เซฟปัดบอลข้ามคานได้สุดเหลือเชื่อ

เชลซี มีโอกาสตอบโต้ในนาที 35 เมื่อ คริสเตียน พูลิซิช ไหลบอลขึ้นหน้าให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ หลุดไปงัดบอลข้ามตัว ควีวีน เคลเลเฮอร์ แต่บอลออกหลังน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามจังหวะนี้ ฮาแวร์ตซ์ ล้ำหน้าไปแล้ว

ท้ายครึ่งแรก เชลซี มีโอกาสเน้นๆ 2 ครั้ง เริ่มจากนาที 42 ไค ฮาแวร์ตซ์ ไหลบอลให้  เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า วิ่งมากดด้วยซ้ายแต่ไม่เข้ากรอบ และอีกครั้งในนาที 45 จากโต้กลับก่อนเป็น ฮาแวร์ตซ์ ตักให้ เมสัน เมาท์ วิ่งมายิงเน้นๆ ในเขตโทษ แต่บอลถากเสาออกหลังนิดเดียว ทำให้จบ 45 นาทียังเสมอกัน 0-0 แต่มีโอกาสเพียบจากทั้งสองทีม

ครึ่งหลังนาที 49 เชลซี เกือบได้สุดๆ อีกครั้งเมื่อ คริสเตียน พูลิซิช หยอดบอลให้ เมสัน เมาน์ท หลุดเดี่ยวไปยิงเน้นๆ ด้วยขวา ทว่าซัดบอลชนเสาอย่างจัง

เชลซี ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกในนาที 57 เมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องส่ง รีซ เจมส์ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ลงสนามแทน

ลิเวอร์พูล เกือบได้สุดๆ เช่นกันในนาที 64 เอดูอาร์ เมนดี้ เตะเปิดไม่ดี หงส์แดงตัดได้ก่อนเป็น มาเน่ ไหลให้ ซาลาห์ หลุดเดี่ยวก่อนงัดบอลข้ามตัว เมนดี้ ทว่าบอลไม่แรงมากนักทำให้ ติอาโก้ ซิลวา วิ่งลงมาทันก่อนหวดทิ้งไปได้

หงส์แดงส่งบอลตุงตาข่ายได้ในนาที 67 จากฟรีคิกที่ มาเน่ โหม่งชงให้ มาติป โขกจ่อๆ ทว่าผุ้ตัดสินเช็กวีเออาร์พบว่า ฟาน ไดค์ ไปขวางการเล่นของ รีซ เจมส์ จึงริบประตูคืน

นาที 75 หงส์แดงมีโอกาสอีก เทรนท์ จ่ายให้ หลุยส์ ดิอาซ กระชากไปยิงมุมแคบ แต่ติดเซฟของ เมนดี้

เชลซี ที่เปลี่ยสำรองทั้ง ลูกากู และ แวร์เนอร์ ลงสนาม มีลุ้นเช่นกันในาที 78 เมื่อ แวร์เนอร์ ตวัดบอลเข้ากลางให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ โหม่งติดมือ ควีวีน เคลเลเฮอร์ ก่อนเข้าประตู แต่ แวร์เนอร์ ก็ถูกจับล้ำหน้าเช่นกัน จากนั้นจบ 90 นาทีเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลานาที 98 เชลซี ส่งบอลตุงตาข่ายจากจังหวะที่ ลูกากู หลุดเข้าเขตโทษก่อนล็อกหนีผู้เล่น ลิเวอร์พูล แล้วซัดด้วยซ้ายอย่างเฉียบขาด แต่ลูกนี้ ลูกากู ถูกจับล้ำหน้าจึงไม่ได้ประตู

เชลซี ส่งบอลเข้าประตูไปอีกครั้งในนาที 109 เมื่อ ลูกากู เปิดบอลจากซ้ายเข้าเขตโทษไปถึง ไค ฮาแวร์ตซ์ จับแล้วยิงเน้นๆ เข้าไป ทว่าลูกนี้ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ทำให้จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ประตู

ก่อนครบ 120 นาที เชลซี เปลี่ยน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ลงมาแทน เมนดี้ เพื่อเตรียมเซฟจุดโทษซึ่งเกมก็ต้องตัดสินที่จุดโทษจริงๆ หลังเสมอกัน 0-0 ก่อนเป็น ลิเวอร์พูล ที่ยิงได้แม่นยำกว่าเอาชนะไป 11-10 หลังดวลกันครบฝั่งละ 11 คน และคนเดียวที่พลาดคือ เกปา ที่ยิงข้ามคาน ทำให้หงสืแดงคว้าแชมป์สมัยที่ 9 ไปครอง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ – เทรโวห์ ชาโลบาห์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เมาท์, คริสเตียน พูลิซิช – ไค ฮาแวร์ตซ์

ลิเวอร์พูล : ควีวีน เคลเลเฮอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, หลุยส์ ดิอาซ

ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์