เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ช่วงตอนต้นยุค 2000s ฮุสเซ็น ยาสเซอร์ จัดการตัวเองเซ็นสัญญากับสองทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ราวกับมี แอนดี้ โคล เป็นตัวอย่าง แต่ไม่สิเขาไม่ได้เก่งเหมือนอดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษเท่าไหร่เลย

มีผู้เล่นไม่กี่คนหรอกที่จะข้ามฟากเล่นให้กับทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ ส่วนใหญ่ที่คุณได้ยินก็มีนักเตะอย่าง แอนดี้ โคล, ปีเตอร์ ชไมเคิล, โอเว่น ฮาร์กรีฟส์, คาร์ลอส เตเบซ หรือย้อนยุคหน่อยก็ เดนนิส ลอว์..

    แต่คุณเคยได้ยินชื่อ ฮุสเซ็น ยาสเซอร์ ไหมล่ะ?

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ฮุนเซ็น ยาสเซอร์ คนนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งอนาคตไกลแห่งวงการลูกหนังของกาตาร์ เขาถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ดึงตัวเข้ามาร่วมทีมตอนซัมเมอร์ ปี 2002 และมีชื่ออยู่กับทีมจนถึงปี 2004

พอปี 2005 ยาสเซอร์ ก็กลายร่างแปรพักต์เป็นผู้เล่นของทีมสีฟ้า เพื่อนร่วมเมืองที่มี สจ๊วร์ต เพียร์ซ เป็นผู้จัดการทีม

อย่างไรก็ตาม  ไม่ว่าจะกับทีมไหน ดาวเตะชาวกาตาร์ไม่เคยได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก แม้แต่เกมเดียว หนึ่งนัดที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลอังกฤษ คือเกมลีก คัพ ที่ต้นสังกัดดันตกรอบ ขณะที่อาชีพการค้าแข้งก็เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย น่าปวดหัว

    ปีศาจแดงตกหลุมรัก

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ย้อนไปเมื่อปี 2002 ฮุสเซ็น ยาสเซอร์ ในวัย 18 ปีมีชื่อลงเล่นให้กับ อัล เรย์ยาน ในลีกกาตาร์ รวมถึงติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 1 นัด และจากนั้นเขาก็ได้รับเสียงเรียกหาที่ดาวรุ่งทุกคนในโลกใฝ่ฝัน

แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งคว้าตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์ เข้ามา ได้ให้ความสนใจที่จะซื้อตัว ยาสเซอร์ ไปร่วมทีม

ความฝันกลายเป็นความจริงอย่างรวดเร็ว ยูไนเต็ด และ อัล เรย์ยาน ตกลงเรื่องสัญญาหน้ากระดาษได้ และ ยาสเซอร์ ก็พร้อมแล้วที่จะสวมยูนิฟอร์ม ‘เร้ด เดวิลส์’ ถึงตรงนี้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังรอเขาอยู่เพียงเอื้อมมือ

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายสำหรับ ยาสเซอร์ แทนที่จะได้สวมชุดสีแดงของ ยูไนเต็ด กลับต้องไปใส่ชุดสีแดงของ รอยัล อันธ์เวิร์ป เอฟซี แทน

การที่ ยาสเซอร์ เพิ่งมีชื่อติดทีมชาติกาตาร์ ทำให้เขาไม่ได้รับใบอนุญาตทำงานที่ อังกฤษ หรือ เวิร์ค เพอร์มิต ดังนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จึงต้องส่งไปให้ อันธ์เวิร์ป ซึ่งเป็นสโมสรพันธมิตร เพื่อเขาจะได้ลงเล่น และได้รับการเป็นพลเมืองชาวเบลเจียน

เอาล่ะ ถึงตอนนี้แล้ว แม้มันจะไม่ใช่ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ก็ถือเป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นของ ยาสเซอร์ บนดินแดนซีกโลกตะวันตก

    เปิดตัวสุดปัง

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ยาสเซอร์ ลงสนามเกมแรกในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และลงเล่นเป็นตัวจริงในอีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา

ในวันที่ 28 กันยายน อันธ์เวิร์ป ในฐานะทีมอันดับ 7 ของตาราง เปิดบ้านรับมือ คลับ บรูช ทีมจ่าฝูง โดย ยาสเซอร์ ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริง

ดาวรุ่งชาวกาตาร์ ใช้เวลาแค่ 9 นาที เบิกสกอร์แรก ด้วยการรับบอลที่โหม่งชงจากเพื่อนร่วมทีม แล้วหลุดเข้าไปยิงผ่านผู้รักษาประตูของ คลับ บรูช พาทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่จะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

ทว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ยาสเซอร์ ถูกไล่ออก และจากนั้นเขาก็ไม่สามารถทำประตูอีกได้เลยตลอดฤดูกาล 2002/03 ถึงกระนั้น ยาสเซอร์ ก็ยังได้โอกาสลงสนามไปทั้งสิ้น 21 นัด และต้นสังกัดจบอันดับที่ 12

โดยภาพรวม ยูไนเต็ด อาจแฮปปี้ก็ได้กับการพัฒนาการของ แข้งกาตาร์รายนี้

    เพื่อนผีแดงไม่ช่วยอะไร

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

สำหรับฤดูกาล 2003/04 ยาสเซอร์ ยังคงเล่นใน เบลเยี่ยม ต่อไป เพื่อรอคอยการได้มีสถานะพลเมืองสหภาพยุโรป และถึงตอนนี้ เขากำลังจะมีบรรดาเพื่อนตัวสำรองจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยกขบวนมาเล่นด้วยกันที่นี่

ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ตง ฟานโจว, เดวิด ฟ็อกซ์, อาร์เธอร์ โกเมซ, โคลิน ฮีธ, เอ็ดดี้ จอห์นสัน และซูไลมาน มามาม ต่างข้ามประเทศมาอยู่ อันธ์เวิร์ป แบบยืมตัว ซึ่งเหตุผลก็มีทั้งรอขอเวิร์ค เพอร์มิต เหมือน ยาสเซอร์ หรือบางคนก็ยังไม่ดีพอสำหรับทีมชุดใหญ่ของ ‘ปีศาจแดง’

 “เราไม่เคยมีนักเตะของ ยูไนเต็ด ที่มาอยู่กับทีมมากขนาดนั้นมาก่อน มันจะไปได้สวยแน่ๆ” พอล บิสทิวซ์ เลขาธิการทั่วไปของ อันธ์เวิร์ป ในตอนนั้น ระบุ

ทว่ามันกลับกลายเป็นเรื่องร้ายหลังจากนั้น

เกมเปิดซีซั่น เป็นการเผชิญหน้าของเด็กสองคนที่ในอนาคตย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ยาสเซอร์ ในสีเสื้อผู้เล่น อันธ์เวิร์ป พาทีมบุกไปเยือน อันเดอร์เลช ที่มีดาวรุ่งอย่าง แว็งซองต์ ก็องปานี นำทีม

แม้ว่า ยาสเซอร์ มีชื่อทำแอสซิสต์ในเกมนั้น ทว่า ก็องปานี วัย 17 ปี ก็พาเจ้าถิ่นเอาชนะไปได้ 3-1

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสถานการณ์ของ อันธ์เวิร์ป ก็แย่ลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้เล่นตัวยืมจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่มีคุณภาพระดับที่จะเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ก็ทำผลงานไม่เข้าตาเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง บาร์ดส์ลี่ย์ โดนไล่ออกตั้งแต่นัดแรกที่ได้เป็นตัวจริง และ อันธ์เวิร์ป ก็หาชัยชนะไม่เจอเลยใน 6 นัดที่เขาลงเล่นกับทีม

อย่างไรเถอะ อย่างน้อย ยาสเซอร์ ก็พาทีมเก็บชัยชนะได้ 1 นัดในฤดูกาลนั้น แต่ผลงานโดยรวมอันย่ำแย่ทำให้เขาต้องแยกทางกับทีมในช่วงก่อนคริสต์มาส และสำหรับเกมลีกนัดสุดท้ายกับ อันธ์เวิร์ป ในวันที่  20 ธันวาคม ปี 2003 ยาสเซอร์ ก็โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง

    คำแนะนำของ เบนาร์เบีย

ยาสเซอร์ พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีดีพอที่จะเบียดชิงตำแหน่งกับ ไรอัน กิ๊กส์ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ จากนั้นเขาก็ย้ายไปเล่นใน ไซปรัส แบบเงียบๆ ต้อนฤดูกาล 2004/05 โดยที่เขายิงประตูให้กับ อาโปเปล ลิมาสซอล ได้ 4 ลูก ก่อนที่จะย้ายกลับไป กาตาร์ เพื่อเล่นให้ อัล ซาดด์

ดูเหมือนว่า การผจญภัยในยุโรปจะจบลงแค่นี้? แต่ช้าก่อน มันยังไม่จบ!

ซัมเมอร์ ปี 2005 อาลี เบนาร์เบีย มิดฟิลด์แอลจีเรียน และเป็นอดีตแข้งชื่อดังของ แมนฯ ซิตี้ กำลังเล่นอยู่ในลีกประเทศกาตาร์ ซึ่งเขาก็ได้ยลเห็นฟอร์มของ ยาสเซอร์

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ไม่กี่ปีก่อนหน้า เบนาร์เบีย เคยเล่นร่วมกับ สจ๊วร์ต เพียร์ซ ในทีมเรือใบสีฟ้า แน่นอนว่า อดีตผู้เล่นทีมชาติแอลจีเรีย ต้องได้ให้คำแนะนำสุดพิเศษแก่เพื่อนเก่าที่ ณ ตอนนั้น ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้ เต็มตัว

คำแนะนำของ เบนาร์เบีย น่ะเหรอ? คือการเซ็นสัญญากับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในวัย 34 ปี ที่ย้ายมาเล่นใน กาตาร์ สตาร์ส ลีก ได้ 2 ปี และอีกคนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ฮุสเซ็น ยาสเซอร์

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

เพียร์ซ เชื่อคำบอกของ เบนาร์เบีย เป็นอย่างดี เขามอบโอกาสให้ทั้งสองคนได้ทดสอบฝีเท้า

อย่างไรก็ตาม เพียร์ซ ที่มักโดนล้อว่าเป็นคนที่ตัดสินใจผิดพลาดอยู่เป็นประจำ เขาเคยเลือก ไมกาห์ ริชาร์ดส์ มากกว่า เดวิด เบ็คแฮม ในตอนนำทีมสู้ศึก โอลิมปิก เกมส์ มาแล้ว และถึงตอนนี้ เพียร์ซ ก็ทำพลาดอีกครั้งอย่างที่หลายคนคิด เขามอบสัญญาให้ ยาสเซอร์ พร้อมกับเมินผู้เล่นระดับตำนาน บาร์เซโลน่า อย่าง กวาร์ดิโอล่า

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

“เพียร์ซ ตัดสินใจได้เพี้ยนมากๆ ” คำบอกของ แอนดี้ โคล ที่เซ็นสัญญากับ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ ปีเดียวกัน ให้สัมภาษณ์ถึงการเมิน แม่ทัพเรือใบสีฟ้าคนปัจจุบัน

  นัดแรกและนัดเดียว

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ถนนสายลูกหนังของ ยาสเซอร์ ในวัย 21 ปี ที่ ซิตี้ ดูดีขึ้นกว่าตอนเป็นผู้เล่น ยูไนเต็ด เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้หมายเลขเสื้อกับทีมชุดใหญ่

    “ผมได้รับการต้อนรับที่ดีจากแฟนบอลซิตี้ ดังนั้น ผมหวังว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยมกับ ซิตี้” เขากล่าวอย่างกะตือรือร้น

และวันที่ 21 กันยายน ปี 2005 ดาวเตะหมายเลข 20 คนใหม่ของ ‘เรือใบสีฟ้า’ ก็ลงสนามนัดแรกในฟุตบอลอังกฤษ แม้จะเป็นแค่เกม คาร์ลิง คัพ รอบสอง โดยคู่แข่งคือ ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส ก็ตาม

เกนนั้น ยังมีผู้เล่นอีกคนที่ได้ลงสนามนัดแรกเช่นเดียวกัน คือ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ซึ่งภายหลังได้หลังสนามให้ ซิตี้ ไปถึง 175 นัด แต่สำหรับ ยาสเซอร์ การลงสนามเป็น 0 นับจากนั้น

คงไม่ยุติธรรมแก่ ยาสเซอร์ เท่าไหร่นัก หากบอกว่านัดดังกล่าวเขาเป็นผู้เล่นที่แย่ที่สุดของ ซิตี้ อย่างน้อยก็เกือบพังประตูสำเร็จ หลังได้โอกาสโหม่งจากลูกเตะมุม จากนั้น เพียร์ซ ก็เปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 65 ซึ่งผลการแข่งขัน ซิตี้ ตกรอบด้วยการแพ้ช่วงดวลจุดโทษ

  “เราก็แค่ต้องทำให้มั่นใจว่าเราจะไม่มีวันแย่ๆ มากไปกว่านี้อีก” เพียร์ซ กล่าวหลังจบเกม

แต่ไม่ว่า ยาสเซอร์ จะมีวันที่ดีหรือวันที่แย่ๆ เขาก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์เหล่านั้นได้อีก เข้าสู่ตลาดซื้อ-ขาย เดือนมกราคม ยาสเซอร์ ถูกปล่อยตัวออกจากทีม และเกมกับ ดอนคาสเตอร์ วันนั้น ก็เป็นแค่เกมเดียว ที่เขาปรากฏตัวให้เห็นในศึกฟุตบอลอังกฤษ

    สร้างประวัติศาสตร์

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

การได้เซ็นสัญญากับสองทีมเมืองแมนเชสเตอร์ ดูเหมือนเป็นที่สุดแห่งไฮไลท์สำหรับนักฟุตบอลส่วนใหญ่ แต่สำหรับ ยาสเซอร์ ยังมีอะไรมากกว่านั้น

เมื่อโดนปล่อยตัวออกจาก แมนฯ ซิตี้ มิดฟิลด์เลือดเนื้อเชื้อไขอียิปต์แต่มาเติบโตที่ กาตาร์ ก็กลับไปอยู่กับ อัล เรย์ยาน ทีมเก่า แต่ในปี 2007 โอกาสบินไปเล่นประเทศตะวันตกก็มาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ ยาสเซอร์ ย้ายซบอก บราก้า ในประเทศโปรตุเกส และที่นี่ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นกาตาร์คนแรกที่ได้ลงเล่น ยูฟ่า คัพ บอลถ้วยรายการเล็กของยุโรป

ในเกมดวลกับ ฮัมมาร์บี้ ยาสเซอร์ จารึกชื่อให้หลายคนจดจำด้วยการทำหนึ่งประตู กับอีกสองแอสซิสต์ ทั้งที่ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองตอนช่วงครึ่งหลัง

  “นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดของผมในอาชีพนักเตะ” ยาสเซอร์ รำลึกความหลัง

  “ผมเคยพยายามอย่างหนักเพื่อเติมเต็มความทะเยอทะยาน และเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่”

แต่น่าแปลกนะ.. ที่เขาต้องออกจาก บราก้า หลังผ่านไปได้แค่ครึ่งซีซั่น โดยย้ายไปเล่นให้ เบาวิสต้า อีกหนึ่งสโมสรในถิ่นฝอยทอง

  ก่อร่าง สร้างศัตรู

เป็นเรื่องปกติที่ ยาสเซอร์ มีชื่อติดทีมชาติกาตาร์ ครั้งหนึ่งเขาเคยลงเล่นดวลกับ ลิโอเนล เมสซี่, คาร์ลอส เตเบซ และ ฮวน โรมัน ริเกลเม่ ตอนที่ทีมชาติอาร์เจนติน่า ยกพลบุกเยือนดินแดนตะวันออกกลาง เมื่อปี 2005

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ถึงกระนั้น เส้นทางกับทีมชาติของ ยาสเซอร์ กลับจบลงแบบเสื่อมเสียหรือถึงขั้นน่าอับอายเลยก็ว่าได้?!

ในศึกเอเชี่ยน คัพ หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปเอเชีย ที่ กาตาร์ เป็นเจ้าภาพ ตอนปี 2011 บรูโน่ เม็ตซู โค้ชของทีมมอบเสื้อหมายเลข 10 ให้แก่ ยาสเซอร์ เพื่อใช้เล่นประจำทัวร์นาเมนต์

 “เราจะใช้ประโยชน์จากการได้เล่นในบ้านให้มากที่สุด เพราะแฟนบอล กาตาร์ มีความศรัทธาในทีมของพวกเขามากๆ และยังรักฟุตบอลสุดๆ ด้วย” ยาสเซอร์ เผย

อย่างไรก็ตาม หลังโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมแรก ที่ กาตาร์ พ่ายต่อ อุซเบกิสถาน 0-2 ยาสเซอร์ แสดงอาการหัวร้อนแบบขั้นสุด และจบลงด้วยการที่เขาโดนขับออกจากทีม ด้วยเหตุผลเรื่องวินัยอันย่ำแย่

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

“ยาสเซอร์ โดนขับออกจากทีมเพราะปฏิกิริยาของเขามันไม่ตรงตามที่เราตั้งความคาดหวังเอาไว้ และเขาก็หายไปจากการซ้อมหลายครั้งด้วย” อับดุลราห์มาน อัล มาห์มู้ด ผู้จัดการทีมชาติกาตาร์ ในตอนนั้น เผย

นับจากนั้น ยาสเซอร์ มีชื่อติดธงเพิ่มแค่หนึ่งนัดในเกมที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก เมื่อเดือนกันยายน ปี 2011

ช่วงท้ายของอาชีพการเล่น ยาสเซอร์ ยังคงตระเวนไปเรื่อย ทั้ง อียิปต์, กาตาร์, และเบลเยียม โดยตอนอยู่ที่เบลเยียม เป็นการเล่นให้ ลีร์เซ่ ซึ่งที่นี่มอบเงินก้อนโตให้จนทำให้เขาเป็นนักกีฬาจากกาตาร์ที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดอีกด้วย

ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ซึ่งเป็นตอนที่ ยาสเซอร์ เล่นให้ วาดี้ เดกล้า ทีมในประเทศอียิปต์ เขาทำประตูสุดท้ายในอาชีพการเล่นของตัวเอง แม้ว่าเป็นลูกยิงที่ไม่สวยเท่าไหร่นัก แต่ก็มีประโยชน์กับต้นสังกัดของเขา เพราะเป็นการช่วยให้ทีมกลับมาเสมอกับคู่แข่ง 3-3 ได้

    หนุ่มพเนจร

ยาสเซอร์ คือเหยื่อของคนดังในวงการฟุตบอลที่มักจะแสดงความเห็นของตัวเองถึงนักเตะคนอื่นๆ

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

เรเน่ มิวเลนสตีน อดีตโค้ชทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของ กาตาร์ และอดีตโค้ชเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือบุคคลเบื้องหลังที่ช่วยให้ ยาสเซอร์ ย้ายมาอยู่กับ ‘ปีศาจแดง’

ส่วน อาลี เบนาร์เบีย ก็ยกยอปอปั้น ยาสเซอร์ เต็มที่จนได้ย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ขณะที่ ชูเอา โตมา อดีตแข้งทีมชาติโปรตุเกส เป็นผู้ผลักดันให้ บราก้า คว้าตัวจาก อัล เรย์ยาน ในปี 2007

แน่นอนว่าการย้ายไปทีมเหล่านั้นมันยากที่ปฏิเสธ แต่คำถามคือมันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องรึเปล่า ที่ย้ายไปในช่วงเวลาดังกล่าว?

เริ่มต้นกับแมนยู หวังกู้ชื่อที่แมนซิ แต่จุดจบล้มเหลวไม่เป็นท่า

ท้ายที่สุด คำถามนี้มันอาจไม่ใช่เรื่องที่สำคัญเท่าไหร่ แม้ ยาสเซอร์ จะไม่สามารถแจ้งเกิดกับ ยูไนเต็ด และ ซิตี้ ได้ แต่เขาก็คงไม่เสียดายว่าครั้งหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน