กุนซือซัลซ์บวร์กชี้มินามิโนะเหมาะเล่นตำแหน่งไหนในแนวรุกลิเวอร์พูล

เจสซี่ มาร์ช กุนซือ ซัลซ์บวร์ก ชี้ ตำแหน่งที่ ทาคูมิ มินามิโนะ เหมาะกับ ลิเวอร์พูล ชุดนี้มากที่สุดคือการลงเล่นในตำแหน่งเดียวกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พร้อมบอกว่า มินามิโนะ ยังแฮปปี้กับการอยู่กับ “หงส์แดง”

เจสซี่ มาร์ช เทรนเนอร์ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศออสเตรีย แสดงความเห็นว่า ทาคูมิ มินามิโนะ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล เหมาะที่จะเล่นในตำแหน่งเดียวกับของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มากที่สุด

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจจ่ายค่าฉีกสัญญา 7.25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 290 ล้านบาท) เพื่อเอา มินามิโนะ มาจาก ซัลซ์บวร์ก ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ของฤดูกาลนี้ หลังจากที่แข้งวัย 25 ปี ทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นนี้กับทีมดังของออสเตรีย แต่ที่ผ่านมาเขาก็ยังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงมากเท่าไหร่นัก เพราะยังอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัวกับการเล่นในอังกฤษ แถมตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็มีทั้ง ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็น 3 แนวรุกตัวจริงอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดก็ทำผลงานได้ดีแบบต่อเนื่องด้วย

มาร์ช เผยว่า “เขาจะไม่สามารถโชว์ศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาได้ถ้าต้องไปเล่นในตำแหน่งเดียวกับที่ ซาลาห์ และ ซาดิโอ เล่น เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าเขาจะทำได้ดีถ้าเล่นในตำแหน่งเดียวกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อย่างเช่นการไล่กดดันในตอนที่ไม่ได้ครองบอล ส่วนถ้าเป็นตอนที่ได้ครองบอลเขาก็จะช่วยปั้นเกมแบบเหมือนพวกนักเตะหมายเลข 10 รวมถึงเข้าไปลุ้นทำประตูในกรอบเขตโทษได้”

“แน่นอนว่า ฟีร์มีโน่ ทำได้ดีมากๆ กับเรื่องเหล่านั้น แต่ผมคิดว่า ทาคิ ก็ทำแบบนั้นได้ดีเหมือนกัน และผมคิดว่าเขายังสามารถรับบทบาทแบบนักเตะหมายเลข 8 ในแผงกลางของพวกเขาได้ด้วย เขาจะพร้อมไล่กดดีนและช่วยไปรับบอลได้ในพื้นที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงยังเป็นส่วนหนึ่งของการขึ้นเกมได้เช่นกัน”

กุนซือชาวอเมริกันเสริมว่าตอนนี้ มินามิโนะ ยังมีความสุขดีกับการเล่นที่ ลิเวอร์พูล เพราะตนกับอีกฝ่ายส่งข้อความหากันอยู่บ่อยๆ จนทำให้รู้ว่าตอนนี้ มินามิโนะ เป็นยังไงบ้าง “เขามีความสุขมากๆ กับที่นั่น เขาพูดถึงเรื่องที่ว่าการซ้อมมันดีมากๆ และบรรดาเพื่อนร่วมทีมของเขาต่างก็เป็นคนที่ดี ทาคิ จะไปซ้อมทุกวันและพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้พยายามเก่งขึ้น”

“เราส่งข้อความหากัน และเช็กเรื่องต่างๆ กัน ผมสอนเขาอย่างหนักแน่นเพื่อให้ภาษาอังกฤษของเขาดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ผมเองก็เคยต้องเรียนภาษาเยอรมันมาแล้ว และตอนนี้มันถึงทีของเขาที่ต้องมาเจอกับเรื่องของผมบ้าง เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางได้อะไรมาง่ายๆ เขาพร้อมที่จะทำงานเพื่อทุกอย่าง นั่นคือหลักความคิดของเขา”