“ตำนานโกล” ลิเวอร์พูลรับเกือบตะบันหน้าราฟา

เจสซี่ ดูเด็ค อดีตโกลชื่อดังลิเวอร์พูล เปิดใจเกือบที่จะทำเรื่องสุดฉาวใส่ ราฟาเอล เบนิเตซ หลังโดนแทงกั๊กไม่ยอมปล่อยไปเฝ้าเสาให้ โคโลญจน์ ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นก็ควักกระเป๋าคว้าตัว เปเป้ เรน่า มาทำหน้าที่เป็นมือ 1 ของทีม

    เจสซี่ ดูเด็ค อดีตผู้รักษาประตูชาวโปแลนด์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ย้อนความหลังว่าตนเกือบที่จะตะบันหน้า ราฟาเอล เบนิเตซ สมัยที่ทำงานร่วมกับในถิ่นแอนฟิลด์ หลังโดน กุนซือชาวสแปนิช กั๊กไม่ให้ย้ายไปเล่นกับ โคโลญจน์ เมื่อปี 2005

นายด่านเลือดโปล ซึ่งช่วย “เดอะ เร้ดส์” คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005 ไม่พอใจอย่างแรงที่ เบนิเตซ เซ็นสัญญากับ เปเป้ เรน่า เพื่อที่จะเข้ามาทำหน้าที่มือ 1 ในถิ่นแอนฟิลด์ ด้วยเหตุนี้ทำให้ ดูเด็ค ต้องมองหาโอกาสใหม่ในการเล่น และ โคโลญจน์ เตรียมมอบโอกาสดังกล่าวให้กับเขา แต่สุดท้ายกับต้องผิดหวังเนื่องจาก นายใหญ่เลือดกระทิงดุ ไม่ยอมปล่อยให้ย้ายทีม

ดูเด็ค เปิดใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่สร้างโทสะอย่างรุนแรงให้กับตนจนเกือบทำเรื่องฉาวแล้ว “เปเป้ เป็นคนดีมากๆ แต่ ราฟา เซ็นสัญญาผู้รักษาประตูคนใหม่ในช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฟอร์มที่พีคที่สุดในอาชีพ ผมบอกกับ ราฟา ไปว่ากำลังจะมีฟุตบอลโลก และผมต้องได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ”

           “โคโลญจน์ แสดงความสนใจเข้ามา แต่ไม่กี่วันก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัว พวกเขาโทรมาและบอกว่า -ทำไม ราฟา ถึงไม่พูดคุยกับเรา ?- ผมแปลกใจมากๆ ผมคิดว่าทุกอย่างตกลงกันเรียบร้อยแล้ว วันถัดมา ผมโมโหใส่เขาหลังเสร็จจากการซ้อม เขาบอกว่า -พวกเขายื่นข้อเสนอแบบยืมตัวเท่านั้น และคุณยังมีความสำคัญกับเรา-“

          “-พวกเขาจะให้เงินเรา 800,000 ปอนด์ (ราว 30.4 ล้านบาท)  แต่ถ้า เรน่า ได้รับบาดเจ็บละ ? ผมไม่สามารถวางกระเป๋าที่ใส่เงิน 800,000 ปอนด์เอาไว้ที่หน้าประตูแทนนายได้หรอก- ตอนนั้นผมโมโหมากๆ แล้วคิดว่า-ผมจะชกหน้าเขา- มีเสียงกระซิบจากปีศาจเข้ามาในหัวของผมบอกว่าถ้าผมชก ราฟา พวกเขาคงปล่อยผมให้กับ โคโลญจน์”

         “วันนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ผมดีใจมากๆ ที่ได้เล่นให้กับสโมสรที่เต็มไปด้วยประวัติอย่างลิเวอร์พูล เมื่อปีที่แล้วผมเดินทางไป มาดริด กับลูกชาย และได้ชมเกมที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง ในฐานะนักเตะผมไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนบอลถึงต้องร้องไห้หลังจากได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อผมได้เห็นนักเตะวิ่งกันไปรอบสนามพร้อมกับถ้วยแชมป์ที่อยู่ในมือพวกเขา ผมถึงกับน้ำตาไหลออกมาเลย” ดูเด็ค ระบุ