สืบคดีโกงป่วนโลก : “ไมค์ พอสเทิล” พระเจ้าโป๊กเกอร์ ที่ใครก็จับผิดกลโกงไม่ได้

“คุณคิดว่าสุดยอดนักโป๊กเกอร์ระดับอัจฉริยะของโลกสามารถทำกำไรเฉลี่ยได้ชั่วโมงละเท่าไร?”

คำตอบคือ แม้แต่ แดเนียล เนเกรอานู (Daniel Negreanu), ฟิล ไอวีย์ (Phil Ivey), ทอม ดวาน (Tom Dwan) หรือ ฟิล เฮลมุธ (Phil Hellmuth) ที่เป็นนักโป๊กเกอร์อันดับต้นๆของโลกในปัจจุบัน ซึ่งทำเงินจากการเล่นโป๊กเกอร์มาแล้วไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาท แต่ถ้านำกำไรที่พวกเขาทำได้ มาหารเฉลี่ยกับจำนวนชั่วโมงที่พวกเขาเล่น ปรากฏว่าพวกเขานั้นสามารถทำกำไรเฉลี่ยในแต่ละชั่วโมงเพียง 10-20 Big Blinds เท่านั้น (Big Blind คือจำนวนเงินขั้นต่ำที่บังคับให้ผู้เล่นต้องจ่ายเพื่อลงไปเล่น โดยแต่ละคนต้องจ่ายเงินจำนวนนี้หนึ่งครั้งต่อการเล่นรอบโต๊ะหนึ่งรอบ)

แต่แล้วอยู่ๆโลกโป๊กเกอร์ก็มีชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น พร้อมการเล่นที่สมบูรณ์แบบราวกับมีเวทมนตร์อ่านใจคู่ต่อสู้ได้ จนบางคนเรียกเขาว่า “พระเจ้า” เพราะเขาสามารถทำกำไรเฉลี่ยได้มากถึงชั่วโมงละ 65 Big Blinds มันคืออัตราที่บ้ามากจนดูไม่มีทางเป็นไปได้

เขาโกงหรือเปล่า?

ใช่… ทุกคนสงสัยแบบเดียวกัน เพราะการโกงกับคาสิโนก็ดูเป็นของคู่กันอยู่แล้วสำหรับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การเล่นในคาสิโนธรรมดา เพราะมันถ่ายทอดสดไปทั่วโลก! ยิ่งไปกว่านั้น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถมีใครจับกลโกงเขาได้คาหนังคาเขา

ชื่อของเขาคือ ไมค์ พอสเทิล…

ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ไมค์ พอสเทิล (Mike Postle) คือผู้ชายท่าทางธรรมดาอายุประมาณ 40 ปี ปัจจุบันเล่นโป๊กเกอร์เป็นอาชีพ ซึ่งถ้าดูจากประวัติการเล่น ถือว่าเขาเป็นนักโป๊กเกอร์ระดับกลางๆไม่โดดเด่น โดยตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีนับตั้งแต่เค้าเริ่มเล่นทัวร์นาเมนต์เป็นครั้งแรก ไมค์ทำเงินไปทั้งหมด 536,542 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณสิบเจ็ดล้านบาท จัดอยู่ในอันดับ 4,062 ของโลก แต่เมื่อลองค้นประวัติของเขาโดยละเอียด ก็พบว่าผู้ชายคนนี้มีความไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน

ในปี 2004 ไมค์ตัดสินใจลาออกจากงานดีลเลอร์ (คนแจกไพ่ในการเล่นโป๊กเกอร์) ที่ Wisconsin Poker Room ที่เขาทำอยู่ เพื่อออกเดินทางตามล่าความฝันในการเป็นนักโป๊กเกอร์อาชีพ

“ผมเริ่มเรียนรู้โป๊กเกอร์ตั้งแต่ผมสี่ขวบ” ไมค์เผยให้ฟังถึงความคลั่งไคล้ที่เขามีให้กับเกมชนิดนี้

ในช่วงแรกบนเส้นทางสายโป๊กเกอร์อาชีพ ไมค์ไม่ได้ออกไปเล่นที่คาสิโนไหน เขาเลือกเริ่มต้นกับการเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์ และเขาอ้างว่าตัวเองประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่นี่แหละคือความแปลกอย่างแรกของผู้ชายคนธรรมดาคนนี้

ไมค์เล่าว่าเขาเล่นอยู่ในเว็บไซต์โป๊กเกอร์ชื่อ UltimateBet และเขาคือผู้เล่นที่ทำกำไรได้มากที่สุดในเว็บไซต์นี้ ซึ่งถ้าเป็นตามนั้นจริง หมายความว่าอย่างน้อยเขาต้องทำกำไรจากการเล่นที่นี่ไม่ต่ำกว่าหลักล้านเหรียญ อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้เลยว่าสิ่งที่เขากล่าวอ้างเป็นความจริง เพราะโดยปกติประวัติของผู้เล่นทุกคนจะถูกบันทึกลงในฐานข้อมูลเว็บไซต์ แต่ UltimateBet ปิดตัวลงไปในปี 2010 และไมค์ก็ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้หลังจากที่เว็บไซต์ดังกล่าวปิดตัวลงไปแล้ว จึงไม่มีใครรู้ว่าเขาคือเทพเจ้าโป๊กเกอร์ออนไลน์จริง ๆ หรือแค่คนโป้ปด ยิ่งไปกว่านั้นไมค์ยังกล่าวอ้างต่อไปอีกว่า

“ผมเคยชนะ ทอม ดวาน ในการเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์มาแล้ว” ทอม ดวาน ที่เขาพูดถึง คือสุดยอดนักโป๊กเกอร์ออนไลน์ระดับตำนานที่ทำเงินจากหน้าคอมพิวเตอร์ได้นับสิบล้านเหรียญ … แต่ก็เช่นเคย ไม่มีใครสามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้

หลังจาก UltimateBet ปิดตัวลง ไมค์ก็ตัดสินใจออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มาเล่นโป๊กเกอร์ที่คาสิโนและทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ โดยปักหลักเล่นประจำอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นทำให้ทุกคนได้เห็นว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่นักโป๊กเกอร์ที่มีดีแค่การโอ้อวด ฝีมือการเล่นเขาก็พอมีอยู่เหมือนกัน เพราะเขาสามารถหาเงินเข้ากระเป๋าจากการเล่นโป๊กเกอร์ได้พอสมควร ถึงจะไม่มากมายเท่าบรรดานักโป๊กเกอร์ซูเปอร์สตาร์ แต่ก็ทำให้เขาสามารถอยู่กินได้อย่างสบาย

ว่ากันตามตรงถ้าไมค์ใช้ชีวิตในรูปแบบนั้นไปเรื่อยๆ เขาก็คงเติบโตในเส้นทางสายนี้ไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง และเราก็คงไม่มีทางได้รู้จักชื่อเขา … ทว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะหลังจากเป็นนักโป๊กเกอร์อาชีพได้เกือบ 16 ปี ในปี 2018 กราฟชีวิตของผู้ชายคนนี้ก็พุ่งขึ้นราวกับรถไฟเหาะ เมื่อเขาได้รู้จักกับคาสิโนแห่งหนึ่ง…

เหตุเกิดที่ Stones Gambling Hall

Stones Gambling Hall คือคาสิโนชื่อดังที่ตั้งอยู่ในเมืองซาคราเมนโต้ รัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1989 โดยเอกลักษณ์ของที่นี่คือจะมีการสตรีมสด (แต่ก็ไม่สดเสียทีเดียว การถ่ายทอดสดภายในคาสิโนจะดีเลย์สัญญาณประมาณ 10-20 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชมทางบ้านรู้ไพ่ของคนบนโต๊ะและสามารถส่งสัญญาณมาบอกผู้เล่นได้) การเล่นของผู้เล่นในแต่ละโต๊ะให้คนทั่วโลกได้รับชม

ไมค์เข้ามาเล่นในคาสิโนครั้งแรกในปี 2018 และเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อเจ้าตัวเริ่มฉายแววไม่ธรรมดาในคราบนักโป๊กเกอร์ที่ดูธรรมดา เพราะตลอด 68 ครั้งที่ไมค์เข้ามาเล่นที่นี่ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขากลับออกไปโดยไม่มีกำไรติดตัว และรวมแล้วเขากวาดเงินจากคาสิโนแห่งนี้ไปเกือบ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่น่าประหลาดจนดูเป็นไปไม่ได้

“แม้แต่สุดยอดนักโป๊กเกอร์ระดับโลกก็มีอัตราชนะเพียงแค่ 70%” ดันแคน พาลามัวร์ดาส (Duncan Palamourdas) ศาสตราจารย์คณิตศาสตร์จาก UCLA ให้ความเห็น

 

และนอกจากอัตราการชนะที่สูงจนน่าตกใจแล้ว วิธีการเล่นของไมค์ก็น่าสงสัยเช่นกัน เขาไม่เล่นตามกลยุทธ์ที่นักโป๊กเกอร์ที่ดีควรจะเล่นเลย ตรงกันข้ามการเล่นของเขากลับดูมั่วๆ เลือกเล่นไพ่ใน Range ที่กว้างมาก (Range คืออัตราความหลากหลายของไพ่ที่ผู้เล่นจะเลือกลงไปเล่น โดยส่วนใหญ่นักโป๊กเกอร์อาชีพมักจะเลือกเล่นไพ่ใน Range ที่ไม่กว้างนัก เช่นบนมือต้องมี เอซ คิง หรือ ควีน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การขาดทุน) แม้ไพ่สองใบแรกในมือของเขาจะห่วยขนาดไหน เขาก็ไม่กลัวที่จะนำมันลงไปเล่น แต่สุดท้ายถึงแม้วิธีการเล่นของเขาจะบ้าบิ่นไร้กลยุทธ์ขนาดไหน เขาก็ตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างถูกต้องเสมอราวกับว่าเขาสามารถอ่านไพ่ในมือคู่ต่อสู้ได้

นั่นทำให้เขาสามารถทำกำไรได้มากที่สุดในแฮนด์ที่ไพ่เขาดีกว่า และขาดทุนน้อยที่สุดในแฮนด์ที่ไพ่เขาแย่กว่า ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่แปลกที่สุดคือ ด้วยอัตราชนะขนาดนี้ ไมค์สามารถไปกวาดเงินจากคาสิโนที่ไหนก็ได้บนโลกในเกมที่ใหญ่กว่านี้ ทำกำไรได้มากกว่านี้ แต่เขากลับไม่เคยออกไปเล่นที่อื่นหรือเล่นเกมประเภทอื่นเลย

4

จนในที่สุดพฤติกรรมของไมค์ก็เริ่มโด่งดังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ หลังจากที่ เวโรนิก้า บริล (Veronica Brill) พนักงานของ Stones Gambling Hall ออกมาทวีตข้อความในทวิตเตอร์ว่าอาจมีการโกงเกิดขึ้นในคาสิโนแห่งนี้

“หากมีผู้เล่นที่มีความเป็นไปได้ว่าจะโกง แทนที่คุณจะห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อลดความวิตกกังวลของผู้เล่นคนอื่น แต่คุณกลับยกย่องผู้เล่นคนนั้นว่าเป็นคนที่เก่งที่สุด” แน่นอนว่า เวโรนิก้าต้องออกจากงานเพราะทวีตนี้ แต่เจตจำนงเธอก็ได้ผล เพราะหลังจากนั้นทุกสายตาในโลกโป๊กเกอร์ก็หันมาสงสัยในตัวไมค์อย่างพร้อมเพรียง

โจอี้ อินแกรม (Joey Ingram) และ ดั๊ก โพล์ก (Doug Polk) นักโป๊กเกอร์แถวหน้าในยุคปัจจุบัน คือสองหัวหอกคนสำคัญที่นำพฤติกรรมการเล่นของไมค์มาวิเคราะห์อย่างละเอียดผ่านทางช่อง YouTube ของพวกเขา และยิ่งวิเคราะห์ลึกลงไปเท่าไหร่ พวกเขาก็พบว่าการเล่นของไมค์ยิ่งไม่เมคเซ้นส์ขึ้นไปเรื่อยๆ

5

“เชี่ยไรเนี่ย! ทำไมหมอนี่ถึงตัดสินใจแบบนี้ได้” โจอี้อุทานออกมาเมื่อได้ดูคลิปการเล่นแฮนด์ หรือตาหนึ่งของไมค์ เขายังเสริมต่ออีกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปไม่มีทางที่จะตัดสินใจแบบนี้ นอกจากจะรู้ว่าคู่ต่อสู้ถือไพ่อะไรอยู่

ผ่านไปไม่กี่วันหลังจากที่เวโรนิก้าทวีตข้อความ Stones Gambling Hall ก็ออกมาแถลงการณ์ปกป้องตัวเองตามสูตร เนื่องจากคาสิโนแห่งนี้กำลังโดนโจมตีอย่างหนักว่าร่วมมือกับไมค์ในการโกงผู้เล่นคนอื่นๆ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ขาดความน่าเชื่อถือ จนจำนวนลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“มีการกล่าวหาว่ามีผู้เล่นโกงในเกมของเรา เราได้ทำการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบและไม่พบหลักฐานว่ามีการโกงเกิดขึ้น Stones Live ยังคงเป็นแพลตฟอร์มการสตรีมโป๊กเกอร์ที่ปลอดภัย”

6

ส่วนไมค์เองก็ออกมาพูดถึงความบริสุทธิ์ของตัวเองผ่านทางทวิตเตอร์เช่นเดียวกัน

“เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้มันคือการดูถูกเกียรติในอาชีพโป๊กเกอร์ตลอด 16 ปีที่ผ่านมาของผม มันคือข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ผู้คนต่างโดนปั่นหัวให้เชื่อเรื่องนี้และโจมตีผมอย่างหนัก ผมแค่มีสไตล์การเล่นโป๊กเกอร์ที่ไม่เหมือนใครเท่านั้นเอง”

นอกจากนั้น ไมค์ยังถูกเชิญให้ไปออกรายการพอดแคสต์ของ ไมค์ มาทูโซว์ (Mike Matusow) อีกหนึ่งนักโป๊กเกอร์ชื่อดัง และเขาก็ได้พูดปกป้องตัวเองเพิ่มเติมว่า

“ผมไม่จำเป็นต้องโกง เพราะผมคือหนึ่งในนักโป๊กเกอร์ที่ดีที่สุดในโลก และผมพร้อมที่จะเล่นกับใครก็ได้แบบตัวต่อตัว ถ้า ดั๊ก โพล์ก ที่ออกมาพูดถึงผมยังคงสงสัยผมอยู่ จะมาเล่นกับผมก็ได้นะ”

“ผมไม่ได้โกงจริงๆ คนที่กล่าวหาผมก็แค่อิจฉาในความสำเร็จของผมเท่านั้น” ไมค์ยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างหนักแน่น แต่เมื่อพิธีกรถามต่อว่า “คุณมีการตัดสินใจหลายอย่างที่ไม่เมคเซ้นส์ คุณมีเหตุผลมั้ยว่าทำไมคุณถึงตัดสินใจเล่นแบบนั้น?” ไมค์กลับไม่สามารถตอบให้ชัดเจนได้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร

เขาพูดเพียงแต่ว่าในการเล่นที่ Stones Gambling Hall ก็มีหลายครั้งที่เขาตัดสินใจพลาดโง่ๆ ไปเหมือนกัน ไม่เชื่อลองไปย้อนหาคลิปดูได้เลย … แต่ปรากฏว่าไม่มีใครหาคลิปวิดิโอที่ไมค์อ้างถึงได้เลย

โกงยังไง?

ไม่มีไฟก็ย่อมไม่มีควันฉันใด ข้อสันนิษฐานในกรณีเช่นนี้ย่อมต้องมีสิ่งแปลกตาให้เห็นเป็นธรรมดา ซึ่งข้อสันนิษฐานหลักถึงวิธีการโกงของไมค์ที่ โจอี้ อินแกรม และ ดั๊ก โพล์ก ตั้งไว้จากการวิเคราะห์การเล่นของไมค์นับร้อยชั่วโมงนั้นมีมากมายหลายข้อด้วยกัน

เริ่มด้วยเรื่องแรก ไพ่ที่ Stones Gambling Hall ทุกใบจะมีรหัสเฉพาะระบุไว้ และบนโต๊ะโป๊กเกอร์ก็จะมีเครื่องสแกนรหัสดังกล่าว ก่อนจะส่งข้อมูลไปที่ห้องควบคุมเพื่อนำไปขึ้นกราฟิกในจอให้ผู้ชมทางบ้านได้เห็นว่าในขณะนั้นแต่ละคนถือไพ่อะไรอยู่ สิ่งที่ผู้ชมเห็นคือเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วประมาณ 20 นาที (จากการดีเลย์สัญญาณ) แต่ข้อมูลที่ห้องควบคุมได้รับ คือข้อมูลเรียลไทม์ ณ ขณะนั้น ดังนั้นถ้าไมค์ร่วมมือกับทีมงานในห้องควบคุม โดยให้ห้องควบคุมส่งข้อมูลไพ่ของคู่ต่อสู้มาให้เขาทางโทรศัพท์มือถือ เขาก็จะรู้ว่าควรเล่นแบบไหนให้ชนะ

8

ประการต่อมา การตัดสินใจในของไมค์จะช้ากว่าคนทั่วไปเสมอ จนบางครั้งก็ดูน่ารำคาญ เพราะกว่าเขาจะตัดสินใจในแต่ละครั้ง เขาจะก้มดูโทรศัพท์มือถือตรงหว่างขานานหลายนาที

ไม่เพียงแต่รูปแบบการเล่นเท่านั้น ประวัติส่วนตัวของเขาก็เช่นกัน มีข้อมูลยืนยันว่าไมค์มีความสนิทสนมฉันเพื่อนกับ จัสติน คูไรติส (Justin Kuraitis) ผู้อำนวยการของ Stones Gambling Hall แถมประวัติส่วนตัวของไมค์ใน LinkedIn มีข้อมูลปรากฏว่าเขาเคยทำงานให้กับ Stones Gambling Hall แต่ปัจจุบันข้อมูลนี้ถูกลบไปแล้ว

9

นอกจากนี้ ยังมีครั้งหนึ่งที่อยู่ๆ บนโต๊ะก็เปลี่ยนรูปแบบเกมการเล่นอย่างกะทันหัน จาก Texas hold ’em เป็น Pot Limit Omaha ซึ่งรูปแบบการเล่นจะต่างกัน ปรากฏว่าการเล่นของไมค์แย่ลงทันที จนเขาออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด แต่ในการเล่น Texas hold ’em เขาจะตัดสินใจถูกแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง River (การเล่นครั้งสุดท้ายในแต่ละแฮนด์)

ถึงจะไม่มีหลักฐานที่จะมัดตัวได้แบบคาหนังคาเขา และ Stones Gambling Hall ก็ออกมายืนยันว่าพวกเขาสืบสวนไมค์อย่างละเอียดแล้วแต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ แต่จากสิ่งที่ โจอี้ อินแกรม และ ดั๊ก โพล์ก เผยแพร่ออกมาก็เพียงพอที่จะเป็นข้อมูลสำคัญจนกลายเป็นคดีความ… ใช่แล้ว ไมค์ถูกยื่นฟ้อง

ตกที่นั่งลำบาก

เรื่องราวพระเจ้าหรือคนโกงดำเนินมาจนกลายเป็นคดีความ เมื่อไมค์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดนอัยการพร้อมด้วยผู้มีส่วนเสียหายอีก 25 คนยื่นฟ้องในคดีที่มีมูลค่าต้องชดใช้กว่าสิบล้านเหรียญ โดยไมค์และบุคคลปริศนาที่ใช้ชื่อในสำนวนฟ้องว่า “John Doe 1” (ชายไม่ทราบชื่อคนที่ 1) โดนฟ้องในฐานร่วมกันฉ้อโกง ส่วน จัสติน คูไรติส และ Stones Gambling Hall โดนฟ้องในฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียหาย

“ไมค์ พอสเทิล และ John Doe 1 ร่วมมือกันเป็นขบวนการ พวกเขาต้องสงสัยว่าใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างเพื่อโกงในการเล่น”

“นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับการโกงที่ฉาวโฉ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการโป๊กเกอร์” ข้อความบางส่วนจากสำนวนฟ้องระบุไว้

และถ้าเหตุการณ์นี้จบลงด้วยคำพิพากษาว่า ฝั่งโจทก์ชนะคดี ไมค์และพรรคพวกต้องร่วมกันชดใช้เงินจำนวนหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ผู้เสียหายนำเงินจำนวนดังกล่าวไปเฉลี่ยแบ่งจ่ายกันตามอัตราความเสียหาย

ในขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นศาล ส่วนไมค์ตั้งแต่โดนฟ้องเขาก็เก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาแก้ตัวอะไรเหมือนที่ผ่านมา คาดว่าทีมทนายของเขาน่าจะให้คำแนะนำอะไรบางอย่าง อย่างน้อยๆ ก็เรื่องคำพูด เพราะทุกสิ่งที่พูด อาจถูกใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้ แต่สำหรับสังคมโป๊กเกอร์ ทั้งวงการต่างพูดถึงเรื่องเรื่องดังกล่าวด้วยมุมมองที่หลากหลาย ทั้งเชื่อในความบริสุทธิ์ และคิดว่าไมค์ตั้งใจโกงอย่างแน่นอน

สุดท้ายเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไรยังไม่มีใครรู้ แต่เมื่อถึงเวลาศาลที่เคารพอันทรงเกียรติของอเมริกาจะเป็นคนตัดสินเองว่า ไมค์ พอสเทิล คือพระเจ้าหรือคนโกงกันแน่…